กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

คำถาม - คำตอบ

คำตอบ พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553  ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

1) การซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 

2) การบริการอินเทอร์เน็ต

3) การให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย

4)  การบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 

**  บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ฯ ย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 ซึ่งมีโทษปรับเป็นรายวันจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 

1) สร้างความน่าเชื่อถือ ความมีตัวตนของผู้ประกอบการ

2) ผู้ประกอบการสามารถขอรับเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียน DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ DBD Verified ซึ่งได้รับการตรวจประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 

3) ได้รับสิทธิ์ในการเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

คำตอบ   การซื้อขายทางออนไลน์ ที่เป็นเว็บไซต์ หรือ Social Media ต้องจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  และสามารถขอเครื่องหมายรับรองฯ ได้แก่

- มีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบกรอกฟอร์ม ระบบตะกร้า e-mail หรืออื่น ๆ 

- มีระบบการชำระเงิน ออฟไลน์ หรือ ออนไลน์ เช่น การโอนเงินผ่านระบบบัญชี การชำระด้วยบัตรเครดิตหรือ e-cash เป็นต้น 

- มีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลหรืออื่น ๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ) 

- มีวัตถุประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากการโฆษณานั้น 

- รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ หรือเพียงโฆษณาว่าเป็นผู้รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ (ถือว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นมีช่องทางการค้าปกติบนอินเทอร์เน็ต) 

- เว็บไซต์ให้บริการเกมส์ออนไลน์ที่คิดค่าบริการจากผู้เล่น (เจ้าของเว็บไซต์ต้องจดทะเบียน) 

- เว็บไซต์ที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การ Download เพลง โปรแกรม เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น 

 

การซื้อขายทางออนไลน์ ที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  ได้แก่ 

- มีเฉพาะหน้าร้านโชว์สินค้าของตนเอง แต่ทำการค้าในช่องทางปกติ (ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต) แม้จะมีข้อความแจ้งว่าให้ติดต่อได้ เช่น สนใจโทร.ติดต่อ… หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ …. 

- การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น  เพื่อการสอน ประกาศรับสมัครงาน 

- การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า 

- เว็บไซต์ส่วนตัว (ส่วนบุคคล) ที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การงาน การศึกษา หรือความสนใจส่วนตัว 

- เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูล โดยมีจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยไม่มีการเสียค่าสมาชิกหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ

 

คำตอบ  

3.1 ทำเว็บไซต์ให้เสร็จเรียบร้อยพร้อมออนไลน์ โดยมีเวลายื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบการ

 

3.2 ยื่นจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 

สถานที่การจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 

- เขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขต 50 เขต 

(ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ) หรือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ศาลาว่าการ กทม. (ครอบคลุมทั้ง 50 เขต)

- จังหวัดอื่น นอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ เทศบาล  องค์การบริหารส่วนตำบล (ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ)

เอกสารที่ใช้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบพาณิชยกิจ 

2) แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.)  (ตัวอย่างการกรอก แบบ ทพ.)

3) เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (เอกสารแนบแบบ ทพ.)  (ตัวอย่างการกรอก เอกสารแนบแบบ ทพ.)

4) Print หน้าแรกของร้านค้าออนไลน์  สินค้า/บริการที่ประกอบพาณิชยกิจ และวิธีการสั่งซื้อสินค้า/บริการ วิธีการชำระเงิน วิธีการส่งสินค้า

5) วาดแผนที่ตั้งการประกอบพาณิชยกิจ

6) หนังสือรับรองการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (กรณีจดในนามนิติบุคคล)

7) หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

 

กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจมิได้เจ้าบ้าน (เอกสารเพิ่มเติม)

1) หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่หรือสัญญาเช่า และ 

2) สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารสิทธิ์ที่แสดงว่าเป็น

   เจ้าของกรรมสิทธิ์

กรณีนิติบุคคลต่างประเทศ เข้ามาตั้งสาขาดำเนินกิจการในประเทศไทย ให้แนบเอกสารเพิ่มเติม

1. สำเนาเอกสารแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล

2. หนังสือแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการในประเทศไทย 

    2.1 ใบอนุญาตทำงาน (กรณีผู้ดำเนินกิจการเป็นคนต่างด้าว)  

    2.2 ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือหนังสือรับรองการใช้สิทธิ (ถ้ามี)

อัตราค่าธรรมเนียม

1) การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) 50 บาท

2) การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท

3) การจดทะเบียนยกเลิก 20 บาท

 

3.3 ผู้ยื่นจดทะเบียนฯ ได้รับใบทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (แบบ พค. 0403)

 

คำตอบ  ช่องทางการขอเครื่องหมาย ดังนี้

1. ผ่านระบบขอเครื่องหมายออนไลน์ เว็บไซต์ www.Trustmarkthai.com  (คู่มือการขอเครื่องหมาย)

2. จัดส่งเอกสารมาที่ อีเมล์ e-commerce@dbd.go.th  หรือ โทรสาร 02 547 5973

เอกสารที่ใช้ขอเครื่องหมาย DBD Registered

1) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค. 0403) 

2) สำเนาเอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (เอกสารแนบแบบ ทพ.)   

 

คำตอบ  ประมาณ 1 วัน (นับจากวันที่กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้รับเอกสาร หรือข้อมูลจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) หากเว็บไซต์ หรือ Social Media  มีรายละเอียดครบถ้วนตามเกณฑ์การให้เครื่องหมายของกรมฯ 

คำตอบ  

เครื่องหมาย DBD Registered คือ เครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  รับรองว่าผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือ นิติบุคคล ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อยืนยันการมีตัวตนอยู่จริงของผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

เครื่องหมาย DBD Verified คือ เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ออกให้แก่ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ประสงค์จะได้รับเครื่องหมาย DBD Verified โดยจดทะเบียนและมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และแสดงว่าเว็บไซต์นั้น ๆ มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ประเมินตามมาตรฐานคุณภาพธุรกิจ e-Commerce ของกรมฯ

จำแนกเครื่องหมาย DBD Verified 3 ระดับ คือ Silver, Gold และ Platinum ดังนี้

1. ระดับดี  DBD Verified Silver จะออกให้แก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยผ่านคุณสมบัติ เช่น จดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และได้รับเครื่องหมาย DBD Registered   รวมทั้งผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2. ระดับดีมาก DBD Verified Gold จะออกให้แก่ผู้ที่จดทะเบียนพาณิชย์ เฉพาะที่เป็นนิติบุคคล โดยผ่านคุณสมบัติ เช่น จดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่น้อยกว่า 1 ปี จัดส่งงบการเงินไม่น้อยกว่า 1 ปี รวมทั้งผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจฯ

3. ระดับดีเด่น DBD Verified Platinum จะออกให้แก่ผู้ที่จดทะเบียนพาณิชย์ เฉพาะที่เป็นนิติบุคคล โดยผ่านคุณสมบัติ เช่น จดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่น้อยกว่า 2 ปี  จัดส่งงบการเงินติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีคุณสมบัติอื่น ได้แก่ เว็บไซต์ได้รับเครื่องหมาย DBD Verified ระดับ Gold ต่อเนื่อง 2 ปี  และกรณีที่ไม่ได้รับเครื่องหมาย DBD Verified ระดับ Gold หรือ ได้รับเครื่องหมายฯ ต่อเนื่อง ไม่ครบ 2 ปีจะได้รับพิจารณาเป็นรายกรณี เช่น ธุรกิจได้รับการรับรอง หรือรางวัลด้านการบริหารจัดการจากสมาคม/หน่วยงาน  รวมทั้ง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจฯ เป็นต้น

** เครื่องหมาย DBD Verified จะมีความน่าเชื่อถือในระดับที่สูงกว่า DBD Registered

 

คำตอบ ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และผ่านกระบวนการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

1) ประเมินตนเอง เข้าไปที่เว็บไซต์ www.trustmarkthai.com เพื่อขอเครื่องหมาย DBD Verified โดยทำแบบประเมินตนเองสำหรับผู้ประกอบการเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2) ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบเว็บไซต์ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

3) ประเมินโดยคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจประเมินฯ DBD Verified ตรวจสอบเว็บไซต์ ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

 

***  วิธีการขอเครื่องหมาย DBD Verified : ผ่านระบบขอเครื่องหมายออนไลน์ เว็บไซต์ www.Trustmarkthai.com  (คู่มือการขอเครื่องหมาย)

 

 

คำตอบ  ประมาณ 45 วัน  (นับจากวันที่ขอเครื่องหมาย DBD Verified) 

คำตอบ  เรื่องเสียภาษีไม่เกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่หากการประกอบกิจการนั้นก่อให้เกิดรายได้ ก็ต้องเสียภาษีเงินได้ ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด